<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์กับแผน ‘เปลี่ยนเกียร์’  สร้างชาติใหม่หลังโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงคโปร์ประกาศวันก่อนว่า ประชากรกว่า 80% ของเขาได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีสาธารณสุข Ong Ye Kung ขึ้นเฟซบุ๊กของตัวเองว่า &amp;ldquo;เราได้ข้ามหลักไมล์ที่สำคัญคือ 80% ของคนสิงคโปร์ได้วัคซีนครบ 2 โดสแล้ว...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวรอยเตอร์บอกว่า เกาะแห่งนี้ที่มีประชากร 5.7 ล้านคน กลายเป็นประเทศที่ประชาชนได้ฉีดวัคซีนในสัดส่วนสูงสุดของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ข่าวนี้ออกมาคือวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตรงกับวันที่มีกิจกรรมฉลองวันชาติปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริงวันชาติของสิงคโปร์คือ 9 สิงหาคม แต่ปีนี้เพราะโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนการเฉลิมฉลองมาวันที่ 29 สิงหาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกับคำประกาศจากนายกฯ หลี่เสียนหลง ว่ายุทธศาสตร์ของสิงคโปร์ ณ จุดนี้คือการ &amp;ldquo;อยู่ร่วมกับโควิด&amp;rdquo; ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนที่นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา เขียนในเฟซบุ๊กว่าทิศทางเรื่องโควิดของรัฐบาลคือ Smart Prevent &amp;amp; Living with Covid
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครลอกใครไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือสิงคโปร์เขาประกาศว่าเตรียมจะทำให้สามารถมีกิจกรรม Countdown ช่วงปีใหม่ปีนี้ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นการวางเป้าหมายที่กล้าหาญและท้าทาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะทำได้หรือไม่ได้ก็อยู่ที่ว่าจากนี้ไปนโยบายเรื่อง &amp;ldquo;อยู่กับโควิด&amp;rdquo; จะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์ใช้ Pfizer และ Moderna เป็นวัคซีนให้ประชาชนของตนเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการส่ง &amp;ldquo;หน่วยเคลื่อนที่&amp;rdquo; ไปฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในชุมชนต่างๆ สำหรับคนสูงอายุและผู้อยู่อาศัยตามชานเมืองที่ไม่สะดวกที่จะเข้ามาฉีดวัคซีนกลางเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; (กทม.ของเราก็เพิ่งประกาศว่าจะมีหน่วยแบบนี้เหมือนกัน เรียกว่า Bangkok Mobile Vaccination Unit หรือ BMV แต่ยังไม่แน่ว่าจะทำได้กว้างขวางเพียงใด)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้เขาสามารถลดกรอบเวลาที่วางไว้เดิม 8 สัปดาห์ หรือเพียง 4 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือการเร่งรัดให้ประชาชนได้ภูมิคุ้มกันโควิดได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเจ้าสายพันธุ์ Delta พร้อมที่จะโจมตีคนเปราะบางได้ตลอดเวลาด้วยอิทธิฤทธิ์ที่สูงกว่าสายพันธุ์เดิม หรือ Alpha อย่างไม่ลังเล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยอดคนติดเชื้อสะสมของสิงคโปร์ถึงวันนี้อยู่ที่กว่า 67,300 ราย และเสียชีวิตสะสม 55 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ละวันจำนวนคนติดเชื้อใหม่อยู่ที่ 130 บวกลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป้าหมายหลักของรัฐบาลสิงคโปร์คือการที่สามารถจะทำให้เศรษฐกิจกลับมา แม้จะไม่เต็มรูปแบบ แต่ก็ต้องพยายามผลักดันให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจที่สำคัญกลับมาทำงานให้ได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ หลี่เสียนหลงอ้างว่าวิกฤตครั้งนี้ถือว่าเลวร้ายที่สุดตั้งแต่ประเทศนี้ได้เอกราชมาเมื่อ 56 ปีก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่าวันนี้สิงคโปร์รอดจากวิกฤตครั้งนี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;และวันนี้เราจะต้องเปลี่ยนเกียร์...เพียงแค่เอาเงินสำรองของประเทศมาใช้เพื่อประคับประคองประเทศเท่านั้นไม่พอแล้ว เราต้องสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ ต้องสร้างงานและความรุ่งเรืองสำหรับอนาคต...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่เพียงแค่ประกาศเป็นวาทกรรมเท่านั้น ผู้นำสิงคโปร์ยังตั้งเป้าหมายไว้ด้วยว่า หากจะทำให้การเติบโตของประเทศมีความยั่งยืนก็ต้องทำ 3 เรื่องนี้ให้ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ปกปักรักษาสถานะของสิงคโปร์ในฐานะเป็น &amp;ldquo;ศูนย์กลางธุรกิจ&amp;rdquo; ให้จงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ทำทุกอย่างเพื่อให้สิงคโปร์ยังสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.สนับสนุนบริษัทและธุรกิจของสิงคโปร์ให้สามารถเป็นกำลังสำคัญของ &amp;ldquo;เศรษฐกิจใหม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือการวางแนวทางของประเทศไว้ให้ทุกภาคส่วนได้รับรู้ว่าทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการ &amp;ldquo;สร้างชาติใหม่&amp;rdquo; หลังโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อตั้งเป้า 3 ประการนี้เป็นวาระแห่งชาติแล้ว ก็ต้องตามมาด้วย &amp;ldquo;แผนปฏิบัติการ&amp;rdquo; ที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในแผนนั้นจะต้องกำหนดไว้ชัดเจนว่าใครจะต้องทำอะไรเพื่อบรรลุเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องสร้างคนที่มีคุณภาพให้ผลักดันกิจกรรมทั้งหลายให้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องจัดสรรหางบประมาณที่จะทำให้การดำเนินการเกิดขึ้นได้อย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และต้องสร้างสิ่งแวดล้อม หรือ eco-system ที่เอื้อต่อการทำงานแบบ New Normal อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คงไม่ต้องบอกว่าไทยเรายังไม่เห็นภาพของ &amp;ldquo;แผนสร้างชาติใหม่หลังโควิด&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะยังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเฉพาะหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังขาดภาวะผู้นำในการบริหารวิกฤต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังไม่รู้ว่า &amp;ldquo;ใครต้องทำอะไร&amp;rdquo; เพื่อวางยุทธศาสตร์ของชาติอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115196</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, สิงคโปร์กับแผน ‘เปลี่ยนเกียร์’  สร้างชาติใหม่หลังโควิด-19, สุทธิชัย หยุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
